บทสรุปที่น่าคิด จากการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศไทย

จุดแข็งของประเทศไทย

ประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดีที่สุด ในทุก ด้าน คือ

ข้อ 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1200 ล้านคน จีน 1400 ล้านคน ญีปุ่น 100 ล้าน อินโดนีเซีย 400 ล้านคน ฟิลิปิน เวียดนาม เกาหลี ล้วนแต่ 100 ล้านคน >> ซึ่งหมายถึงตลาดการค้า ตลาดอาหารและย าสมุนไพร ที่ใหญ่มหาศาลยิ่ง

ข้อ 2. มีสภาพพื้นที่ เป็นแหลมยื่นลงไปในทะเลระหว่างสองมหาสมุทร คือมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก เป็นทั้งแหล่งอาหาร ออกเรือหาปลาได้ถึงสองมหาสมุทร ทั้งจะติดต่อค้าขายกับทุกประเทศก็สะดวกยิ่งนัก

ข้อ 3. บนผืนแผ่นดินก็อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ุธัญญาหาร มีทรัพย ากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีป่าไม้ แหล่งน้ำ กุ้งหอย ปู ปลา ทั้งในน้ำจืดและในทะเล ทุกพื้นที่ในป่า ในบ้าน ในสวน เต็มไปด้วยพืชอาหาร และพืชสมุนไพรมากมายเหลือเกิน เป็นทั้งครัว และคลังย าสมุนไพรของโลกไปพร้อมกันได้เลยทีเดียว

ข้อ 4. ใต้ผืนดินก็มีแร่ธาตุนานาชนิด มีแหล่งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ มากมายมหาศาลยิ่งนัก มากกว่าประเทศกลุ่มโอเป็ก หลายประเทศเสียด้วยซ้ำไป

ข้อ 5. เรามีภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรที่สืบทอดจากบรรพชนมากมายเหลือเกิน ที่สามารถนำมาวิจัยพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพเป็นย าสมุนไพรที่มีมาตรฐานในการรั กษ าโ ร คได้ไม่แพ้ย าเคมีจากต่างประเทศ สามารถส่งเป็นสินค้าออกไปขายทั่วโลกได้ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสริมความมั่นคงของชาติได้อย่างดี

ข้อ 6. เรามีธรรมชาติที่สวยงาม มีหาดทรายย าวสองฝั่งทะเล มีน้ำตก มีถ้ำ เพิงผา ป่าไม้ ภูเขา อ่าว แหลม ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีมากมาย

ข้อ 7. ตั้งอยู่ในเขตร้อนที่แดดจัด สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ใช้อย่างไม่ต้องกลัวหมด มีลมบก ลมทะเล ที่สามารถแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้สิ้น

ข้อ 8. ตั้งอยู่ในเขตที่ไม่ เ สี่ ย ง ต่อภัยธรรมชาติที่รุ นแร ง ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว ไม่มีภูเขาไฟที่ คุ ก รุ่น ไม่มีลมพายุที่รุ นแร ง เช่น ทอนาโด หรือใต้ฝุ่น

ข้อ 9. เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่มีคำสอนที่สมบูรณ์ ที่เป็นวิทย าศาสตร์มากที่สุด อีกด้วย

ข้อ 10. เรามีคนไทยที่จิตใจดี ยิ้มแย้ม มีน้ำใจ มีความฉลาด เรียนรู้เร็ว สามารถพัฒนาได้ง่าย

ด้วยจุดแข็งทั้ง 10 ข้อ ดังที่กล่าวมา ดินแดนไทยถือเป็นดินแดนสวรรค์บนดินก็ว่าได้ ใครก็ตามที่ได้เกิດในประเทศนี้ ถือได้ว่าโชคดีไม่ต่างจากได้เกิດบนสววรค์

>>คนไทยส่วนใหญ่ควรจะมีความสุขที่สุดในโลก มีสุขภาพดี ไม่เจ็บไขได้ป่ ว ย มีฐานะมั่งคั่ง รำຣวຢ กันถ้วนหน้า แต่ในความเป็นจริง กลับตรงข้าม

จุดอ่อน ของประเทศไทย

– มีคนไทยเพียงไม่กี่ตระกูล ที่เป็น
>1 ขุนทหาร

>2 ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

>3 นักการเมืองใหญ่

>4 นายทุนระดับชาติ

เท่านั้น ที่ร่ำຣวຢ ที่ เ ส พ สุขอยู่บนกองทุกข์ของประชาชน อย่างล้นเหลือ ราวเทพยดาเดินดิน ก็ไม่ปาน

— แต่ คนส่วนใหญ่กลับตกอยู่ในขุมนรกของความย ากจน ที่นับวันพวกเขายิ่งจน ยิ่งเป็นหนี้พอกพูนรุ นแร ง

— ทรัพย ากรธรรมชาติถูกทำลาย ป่าไม้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม พื้นทีทำเกษตรในแม่น้ำลำธาร เต็มไปด้วยสารพิ ษทางการเกษตรตกค้าง สัตว์น้ำลดลงแทบไม่เหลือเนื่องจากสารพิ ษปนเปือนในน้ำทำให้การขย ายพันธ์ุสัตว์น้ำลดลงมาก ส่งผลให้แหล่งอาหารตามธรรมชาติของคนไทยลดลงอย่างน่าใจหาย คนต้องซื้ออาหารจากตลาดในราคาแพง แทบทั้งหมด

— มีคนเจ็บไข้ได้ป่ ว ยเป็นโร ค ม ะ เ ร็ ง มากอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากรับสารเคมีที่ปนเปื้อนในพืชผัก ในอาหารและน้ำเข้าสู่ร่างกายทุกวัน เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีโ ร คไต โ ร คเบาหวาน โ ร คหัวใจ โ ร คความดันโลหิต โ ร คอ้วน ฯลฯ เนื่องจากข า ดสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เหมาสม จนคนป่ ว ยล้นทุกโรงพย าบาล ทำให้คนไทยจำนวนมากทุกขเวทนาจากการเจ็บไข้ได้ป่ ว ย

— ทั้งไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน คนชั่ วไม่เกรงกลัวกฏหมาย มี ย าเ ส พ ติ ด มีอาชญากรรมเต็มบ้านเต็มเมือง คนธรรมดาอยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัย,

— การทุจริตคอรัปชั่นยิ่งเพิ่มทวีทุกระดับ ยักษ์ใหญ่โกงใหญ่ ยักษ์เล็กโกงเล็ก โกงตามที่มีแรงโกง บ้านเมืองเข้าสู่ยุค “มือใครย าว สาวได้ สาวเอา” อย่างแท้จริง

คือ ชนชั้นนำของไทย ตั้งแต่ปี 2500 ได้ใช้หลัก “รัฐศาสตร์มาร” ในการปกครองบ้านเมือง คือ การปกครองประเทศแบบ ฉ้อฉล หลอกลวง “คดในข้อ งอในก ร ะ ดู ก” “มุ่งทำให้ประชาชนอ่อนแอ”

ทำให้ประชาชนตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ “-โง่-เ ล ว-จน-เจ็บ” เพื่อให้ปกครองอย่างเอารัด เอาเปรียบ คดโกง ได้สะดวกง่ายดาย

***ข้ อ คิ ด ที่น่าวิเคราะห์ ของสังคมไทย ***

ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุก ด้าน , ปัญหาความย ากจน, หนี้สิน, แม้แต่ปัญหาโ ร คภัยไข้เจ็บ แม้จะดูว่าเกิດตามธรรมชาติ แต่แท้จริงปัญหาพวกนี้ ล้วนแล้วแต่เติมโต และขย ายใหญ่ ลุกลาม ทวีความรุ นแร งขึ้น เนื่องจากโครงสร้างการปกครองที่ชั่ วร้ า ย ที่รวบอำนาจไว้ที่คนไม่กี่คน ไม่มีระบบถ่วงดุลอำนาจที่ดีพอ

ทำให้ผู้ปกครอง ทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ ผู้ปกครองกลายเป็นตัวขัดขวางการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา เร่งให้มีปัญหา และปัญหาขย ายใหญ่ขึ้นมากขึ้น ทั้งสิ้น

& วิธีการทำให้ประชาชน “โง่”

โดย จัดการที่หลักสูตรการศึกษา ทำให้เด็กไม่รักการอ่ า นไม่ชอบการคิดหาเหตุผล ไม่สอนปรัชญาประชาธิปไตย ไม่สอนประวัติศาตร์ วีระชนที่เป็นสามัญชน ไม่สอนให้รู้จักการเอาตัวรอดในระบบทุนนิยม ไม่สอนให้รู้จักการรวมตัวกันต่อสู้ปัญหาเศรษฐกิจในรูปกลุ่ม หรือสหกรณ์ ฯลฯ

& วิธีการทำให้ประชาชน “เ ล ว”

เ รื่ อ งนี้เน้นที่ปัญญาชน คนชั้นกลาง โดยจัดการที่การศึกษา

-จะไม่ฝึกการมีวินัย

-ไม่ปลูกฝังความรู้ทางศาสนาอย่างจริงจัง เพื่อให้คนไม่คิดพัฒนาจิตใจตนเอง เพื่อความเป็นมนุษย์

-ไม่ปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติให้ปัญญาชน -กีดกันการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาปัญญาชน เพื่อทำให้ปัญญาชนเห็นแก่ตัวให้มากที่สุด

-เพื่อให้ปัญญาชนคนรุ่นใหม่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน ตัวใครตัวมัน ไม่เห็นใจคนย ากคนจน ไร้จิตสำนึกความเป็นมนุษย์ที่จะต้องเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่ด้อยกว่า

>> ทำได้ดังนี้ ทางก็สะดวก ไม่มีใครขัดขวางการทุจริต การทำลายชาติของชนชั้นบน

>> แย่ถึงขนาดว่า ถ้าใครพูดถึงการเมือง พูดถึงปัญหาชาติบ้านเมือง ชนชั้นกลางส่วนหนึ่งก็พากันต่อต้าน ไม่ให้พูด ซึ่งเท่ากับ “ปกป้องการคอรัปชั่น ปกป้องคนทำลายชาติกันเลยทีเดียว แล้วจะไม่ให้ประเทศนี้ แย่ที่สุดในโลก ได้อย่างไร ?

วิธีการทำให้ประชาชน “จน” ออกกฎหมายกีดกัน สร้างความเหลื่อมล้ำในการประกอบอาชีพ เช่น กฎหมายการเงินการธนาคาร การผลิ ต สุ ร า และอื่น ที่ไม่เท่าเทียม ออกนโยบายส่งเสริมด้านอุตสาหกรรม

เลิกการสนับสนุนด้านเกษตร งดเงินสนับสนุนวิย าลัยเกษตรในต่างจังหวัด ไม่สนับสนุนการวิจัยข้าว ย าง อ้อย พืชสวน ฯลฯ

ปล่อยให้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้ แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และสมุนไพร

สนับสนุนปุ๋ย เ ค มี ฆ่ าหญ่า ย า ฆ่ า แม ลง เพื่อทำลายสัตว์น้ำในธรรมชาติ ทำลายดิน ทำให้น้ำปนเปื้อนส า ร พิ ษ

– นนี้ เกษตรกรก็ล้าหลัง แข่งขันไม่ได้ ตกเป็นเบี้ยล่างนายทุนย า ปุ๋ย พันธ์ุพืช-สัตว์ จักกลการเกษตร ฯลฯ

– นี้เกษตรกร ก็ต้องทิ้งลูก เมีย ไร่ นา ไปหางานทำ เป็นกรรมกรในกรุงเทพฯ

-การอ้างส่งเสริมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว จงใจละเลยการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ นั้น ชั่ วร้ า ยเกินที่จะกล่าว

— อย่าลืมว่าคนสามัญชน 66 ล้านคนของไทย ไม่มีใครมีศักยภาพพอครอบครองเทคโนโลยี่สูง หรือเป็นเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยว เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงได้ เป็นได้แต่ลูกจ้าง เป็นทาสนายทุน ประชาชนจะมีรายได้สูง ตามที่โม้ว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไร

& วิธีการทำให้ประชาชน “เจ็บ”

– เว้นภาษีนำเข้าย า ฆ่ า แม ลง ย า ฆ่ า หญ้า เพียงอ้างว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ซื้อของเหล่านี้ได้ถูกทั้งที่จริงถ้านำธรรมชาติมาคิดเป็นต้นทุนแล้ว มันจะแพงแสนแพงก็ตาม

นอกจากจะทำให้นายทุนย า พิ ษ ร ว ยจนสะดือปลิ้นแล้ว ย าเหล่านี้ยังไปปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ นอกจากทำให้ปลา สัตว์น้ำในธรรมชาติแทบสูญพันธ์แล้ว ยังทำให้คนไทยทุกคนได้รับย าเหล่านี้ผ่านอาหาร สัมผัสโดยตรง

ทำให้เจ็บไข้ได้ป่ ว ยด้วยโ ร ง ม ะ เ ร็ ง โร คต่าง สารพัด ทำให้ธุรกิจค้าความต า ย เหล่านี้เติมโตสูบเงินคนไทยไปไม่ต่ำกว่าปีละ เก้าแสนล้านบาททีเดียว

-หลายคนอาจไม่ทราบว่า ส า ร พิ ษ เ ค มี เกษตรนั้นปลอดภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ จุลลินทรีย์ชีวภาพกำจัดแม ลงที่ปลอดภัย และคนไทยทำได้เอง กลับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (นี่คือความคดในข้อฯ ของกฎหมายที่ออกโดยคนชั้นสูง )

> เพื่อกีดกันด้านการค้า และเพื่อชะลอเทคโลโลยีอินทรีย์ที่ปลอดภัยและผลิตได้เองอย่างชะงัดนัก

>> บทสรุป สั้น <<

ปัจจุบัน ประเทศนี้แย่ที่สุดเพราะ

ข้อแรก. ชนชั้นนำไทย ที่พย าย ามทำลายไทย เพื่อประโยชน์ของตน และโคตรตระกูลตนฝ่ายเดียว

ข้อที่สอง. ชนชั้นกลาง ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เห็นแก่ความสุขสงบของตน มองการต่อต้านความอยุติธรรมของการปกครอง เป็นความวุ่นวาย และพากันต่อต้านการต่อสู้ของประชาชน แทนที่จะร่วมสู้กับประชาชน

บทความดีจาก investdiary.co

Leave a Reply