ปีหน้าเตรียมรัดเข็มขัดกันให้แน่น ผ่านไป 10 เดือน โรงงานปิดแล้วกว่า 1400 แห่ง

ช่วงนี้เราจะเห็นได้ว่าโรงงานต่าง ทยอยปิดตัวลงเป็นจำนวนมากส่งผลให้พนักงานตกงานทันที และบางคนไม่ทันตั้งตัว บางที่ค้างค่าแรง บริษัทต้องยอมขายเครื่องจักรเพื่อจ่ายค่าแรงที่ค้างไว้ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพจ aomMONEY ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ปีหน้าเตรียมรัดเข็มขัดกันให้แน่น ผ่านไป 10 เดือน โรงงานปิดแล้วกว่า 1400 แห่ง

ณ ตอนนี้ต้องเรียกได้ว่า ไม่มีสัญญาณที่ดีทางเศรษฐกิจออกมาจากทั้งภาคการผลิต ภาคเอกชน ภาคการเงิน และประชาชนเลยครับ ถ้าหากไม่นับการแถลงข่าวว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจยังดีอยู่ แม้จะขัดความรู้สึกประชาชนหลายคนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังແย่ เพราะตัวเลขจากกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกssม ชี้ชัดว่า

เศรษฐกิจไทยค่อนข้างน่ากังวลแล้ว ดูได้จากข้อมูลในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 มีผู้ประกอบการมาแจ้งจำหน่ายทะเบียนโรงงานหรือมาแจ้งเลิกกิจการแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1339 โรงงาน มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 34569 คน และคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมราว 56957 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก หากเทียบเท่ากับจำนวนการลงทุนและพนักงานที่ได้รับผลจากการเลิกจ้างและครอบครัว

บางบริษัทเลือกที่จะประกาศหยุดงาน โดยจ่ายค่าจ้างไม่เต็มจำนวน เป็นผลกระทบจากยอดออเดอร์ที่ลดลงจากต่างประเทศและวิกฤตเงินบาทไทยแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งการจ่ายเงินไม่เต็มจำนวนนั้น เป็นเสมือนกดดันให้พนักงานนั้นลาออกโดยบริษัทไม่ต้องชดเชยการเลิกจ้าง เพราะพนักงานส่วนมากนั้นแทบจะใช้เงิน 100 เปอร์เซ็นต์ ในการประทังชีวิต หากได้หยุดงานจริง แต่ได้เงินในสัดส่วนเพียง 70ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่สามารถอยู่รอดในชีวิตประจำวันได้

ปัญหาต่อมาก็คือส่งผลทางครอบครัวซึ่งบางคนที่ถูกเลิกจ้าง นอกจากครอบครัวของตัวเองแล้ว ยังมีคุณพ่อคุณแม่ญาติผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลอีกด้วย แถมมีภาระการผ่อนชำระรายเดือนอีกด้วยสิ่งที่น่าวิตกก็คือตลาดแรงงานในปัจจุบันนั้น มีตำแหน่งงานรองรับไม่เพียงพอหรือไม่ เพราะหลายบริษัทก็ชลอตัวในการเพิ่มกิจการออกไปเพื่อดูสถานการณ์เศรษฐกิจ อีกทั้งปีหน้าก็จะมีบัณฑิตจบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มอีกด้วย

สิ่งที่มองว่าพอจะช่วยได้ตอนนี้ก็คือ การเซฟรายจ่ายต่าง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างวินัยทางการเงิน เช่น การจัดทำบัญชีรายรับ ในส่วนการบริโภคให้ลดลงเช่น การทานข้าวนอกบ้าน งดการช้อปปิ้งออนไลน์ในกรณีที่ไม่จำเป็น

ภาพจาก aomMONEY

ภาพจาก the standard

เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าวิกฤตดังกล่าวจะอยู่กับเราไปนานเท่าใด หรือเราจะต้องพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เราต้องรู้ ก็คือ ณ สถานการณ์ปัจจุบันนี้และอนาคตที่กำลังจะมาถึง เรามีความพร้อมในการรับมืออย่างไร มีน้อยใช้น้อย มีเยอะก็ต้องเหลือเก็บ ไม่ใช่ว่าใช้หมด เพราะอนาคตนั้นไม่แน่นอน แม้เศรษฐกิจจะไม่ได้แก้ได้ที่ตัวเรา แต่การเอาตัวรอดนั้นตัวเรามีส่วนสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ดีอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน หากใครมีงานทำก็ขอให้อดทน และใครที่ถูกเลิกจ้างก็ขอให้หางานได้ไวนะคะ

ขอบคุณ aomMONEY

Leave a Reply