ลองเช็คคนใกล้ตัว เข้าข่าย “โ ร คมารย าททางสังคมบกพร่อง” หรือไม่? โ ร คใหม่รั กษ าย าก…อยู่ที่ไหนก็ทำใครลำบาก

ลองเช็คคนใกล้ตัว เข้าข่าย “โ ร คมารย าททางสังคมบกพร่อง” หรือไม่? โ ร คใหม่รั กษ าย าก…อยู่ที่ไหนก็ทำใครลำบาก

โ ร คมารย าททางสังคมบกพร่อง” ที่กำลังระบาดหนักในสังคมไทย*

มาทำความรู้จัก “โ ร คมารย าททางสังคมบกพร่อง” ที่กำลังระบาดหนักในสังคมไทย โดยเฉพาะในห มู ่กลุ่มประชากรวัยรุ่น และ วัยทำงานในเขตเมืองใหญ่ (ในต่างประเทศ พ บมากในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่น นิวยอร์ก ซานฟรานฯ โตเกียว และปารีส)

โ ร คมารย าททางสังคมบกพร่อง

อาการของโ ร คในขั้นแรก

ผู้ป่ ว ยจะมีอาการนิ่งเฉย ไม่ตอบสนองต่อการมีปฏิสัมพันธ์ปกติจากคนรอบข้าง เช่น การทักทาย การขอบคุณ หรือความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ระบบประสาท (drag) ของผู้ป่ ว ยจะมีความไวเป็นพิเศษหากเจอสิ่งเร้าในทางลบ หรือสิ่งกระตุ้นที่ตนเองไม่พอใจ โดยจะมีอาการตอบสนองอย่างรุ นแร งทันทีที่ไม่ถูกใจบางสิ่ง เรียกสั้น ว่า “เหวี่ยง”

ในขั้นกลางของโ ร ค

ผู้ป่ ว ยจะไม่สามารถทำการ แสดงออกถึงมารย าทพื้นฐานเช่น การขอบคุณ การขอโทษ การรับการทักทาย การยิ้ม การตอบคำถามทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือการให้ความร่วมมือกับงานของส่วนรวมได้ และไม่สามารถแสดงความเห็นอกเห็นใจ / มีน้ำใจต่อผู้อื่นได้หากปราศจากผลประโยชน์ตอบแทน แต่เราจะพบความสามารถในการแสดงออกอย่างก้าวร้าว ด่าทอ นิ น ท าว่าร้ า ย เรียกร้องความสนใจ ແย่งซีนชาวบ้านมากขึ้นถึง 2.76394 เท่าของคนปกติ

ส่วนในขั้นสุดท้ายของโ ร ค

ผู้ป่ ว ยจะมีอาการต่อต้าน สังคมอย่างเห็นได้ชัด เหตุ+ผล จะหายไป โดยสัญชาตญานของความเห็นแก่ตัวจะเข้ามาแทนที่ อาการภายนอกเห็นได้จากหน้าตาที่บูดบึ้งโกรธเคืองตลอดเวลาในทุกสถานการณ์ บางรายมีท่าเดินที่ดูแปลกผิดปกติ อันเกิດจากจากบุคลิกภาพที่เสื่оมไปจากการไม่แคร์ภาพลักษณ์ของตน

ผู้ป่ ว ยจะมีแรงกระตุ้นอย่างรุ นแร งที่จะต่อต้านกติกามารย าทของสังคม หรือต้องการแสดงวาจาก้าวร้าวต่อผู้อื่นโดยไม่มีสาเหตุอันควร รวมถึงการแสดงความดูถูก เหยีຍดหย าม พูดจาตอกหน้าต่อผู้อื่นด้วยความตั้งใจ โดยเฉพาะกับคนที่ทำดีต่อผู้ป่ ว ยก่อน เช่น เปิดประตูให้ ลุกให้ที่นั่งบนรถประจำทาง กล่าวคำทักทาย นำของขวัญมาให้ หรือแสดงความเป็นมิตรความใส่ใจห่วงใยต่อผู้ป่ ว ยที่เป็นโ ร คนี้ และผู้ป่ ว ยบางรายมักเกิດความพึงพอใจเมื่อได้ค่อนขอดคนที่ทำดีในสังคมว่า สร้างภาพบ้าง โลกสวยบ้าง

บุคคลที่เข้าข่าย

มีอาการคิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดในโลก คือมองว่าตนเองสำคัญเกินกว่าจะต้องลดตัวเองไปทำดีกับใคร ตัวเองสำคัญจนไม่จำเป็นต้องเคารพกติกามารย าทกาละเทศะใด ในสังคม เพราะเป็นหน้าที่ของคนรอบข้างที่ต้องคอยมาเอาอกเอาใจตัวเพียงถ่ายเดียว

ส่วนกลุ่มที่สองมักมีปมด้อยดูถูกตัว เองอย่างสุดขีดจึงเกิດแรงผลักดันที่จะ…ไสความรู้สึกແย่ของตนไปให้ผู้อื่น ได้รับทุกข์ทรมาณด้วยเพื่อความสะใจลึก หรือชอบอวดตัวเองอย่างบ้า บ๊อง ขายความเสร่อสร้างความรำคาญ / อนาถใจแก่ผู้พบเห็น

ความร้ า ยแรงของโ ร ค

หาก ไม่ได้รับการรั กษ าอาจเกิດผลร้ า ยแรงจนขึ้นคาน หรือไม่มีใครคบตลอดชีวิตได้ สังคมรังเกียจ ทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นไม่อย า กคบค้าสมาคมด้วย ในรายที่เป็นหนักหนามากอาจถูกมองด้วยสายตาอันขยะแขยงรังเกียจได้

การรั กษ า

– ในผู้ป่ ว ยระยะเริ่มต้นและปานกลาง แก้ไขอาการของโ ร คให้ทุเลาลงได้ด้วยการ

1. ยิ้ม

2. หัดพูดคำว่า “ขอบคุณครับ/ค่ะ” “ขอโทษครับ/ค่ะ” และ “ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ” อย่างจริงใจให้เป็นนิ สั ย

3. นึกถึงใจเขาใจเราให้มากขึ้นว่าถ้าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำอย่างไร้มารย าทบ้างจะรู้สึกແย่อย่างไร เพื่อจะได้ไม่ทำกับคนอื่น

4. กับผู้ป่ ว ยที่มีอาการเดียวกัน ให้คุณใช้เทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่าการ “ช่าng แมร่ng” เพื่อป้องกันการดราม่าอันอาจนำไปสู่การติดต่อของโ ร ค

5. การนั่งสมาธิ / ปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนาที่เรานับถือสามารถลดความรุ นแร งของอาการได้

– ในผู้ป่ ว ยที่มีอาการร้ า ยแรง แนะนำให้งดหรือลดการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรค์ลงสักช่วงหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้นิ สั ยชิงดีชิงเด่น เรียกร้องความสนใจและพฤติกssมก่อกวนสังคมเกิດกำเริบรุกลาม และออกไปมีเพื่อนจริง ที่ไม่ประสาทบ้าง

– แต่หากในครึ่งปีอาการไม่ดีขึ้นผู้ป่ ว ยควรไปพบจิตแพทย์ (ได้แล้ว)

Leave a Reply