จริงหรือไม่ รมว.คลังตอบ เ รื่ อ งจ่ายเยียวย า 5,000 เพิ่มเป็น 6 เดือน

รมว.คลังตอบแล้ว เราไม่ทิ้งกัน จ่ายเยียวย า 5,000 เพิ่มเป็น 6 เดือน จริงหรือไม่

จากกรณี ที่ในก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติ จะขย ายการจ่ายเยียวย า ให้กับกลุ่มแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท นาน 3 เดือน จะเพิ่มเป็น 6 เดือน รวมแล้วได้เงิน 30,000 บ.ต่อคน จำกัด 9 ล้านคน จากที่มีการลงทะเบียน ไว้กว่า 24 ล้านคน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาย อุตตม สาวนายน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก และชี้แจงว่า…

ชี้แจงข่าวการยืดเวลารับเงินเยียวย า 5 พันบาท

จากกรณีที่มีคำถามว่า เหตุใดจึงมีการยืดระยะเวลาให้ผู้รับเงินช่วยเหลือเยียวย า 5,000 บาท จากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือน ผมขออธิบายเพิ่มเติมว่า ความจริงกรณีดังกล่าว เป็นเ รื่ อ งของการตั้งกรอบเวลาในการเยียวย าไว้ เนื่องจากเรายังไม่รู้ว่าสถานการณ์การระบาดของไ ว รั สโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์

ดังนั้นในระยะแรก จึงจะมีการเยียวย าในช่วง 3 เดือนก่อน ส่วนหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถขย ายระยะเวลาเพิ่มเติมได้อีกตามความเหมาะสม ในทางกลับกันหากสถานการณ์จบก่อน ก็สามารถยุติการเยียวย าได้เช่นกัน

อีกเ รื่ อ ง คือ การบริหารจัดการมาตรการเยียวย าผู้ได้รับผลกระทบนั้น ผมได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ ธนาคารกรุงไทย ว่า จำเป็นต้องทำเร็วและเร่ง แต่ต้องควบคู่ไปกับการจ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด

ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเยียวย า ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนในวัยทำงานเป็นหลัก เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขอย้ำว่าทั้งหมดอยู่ภายใต้คำนิย ามว่า ต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งจะแยกย่อยไปตามกลุ่มอาชีพต่าง แต่ที่สำคัญต้องเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยียวย าหรือดูแลจากภาครัฐตามมาตรการอื่น อยู่ก่อนแล้ว

หากท่านใดสงสัยว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับสิทธิหรือไม่ สามารถสอบถามขอความช่วยเหลือไปที่ Call Center ธนาคารกรุงไทย 02-111-1144 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3421, 3422, 3423, 3424, 3425, 3427, 3429, 3430, 3572 (ในวันและเวลาราชการ)

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยึดแนวนโยบาย ที่จะต้องช่วยเหลือเยียวย าผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมที่สุด ภายใต้กรอบงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท หมายความว่าสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางมาตรการหรือวงเงิน ได้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน