ชีวิตนี้ หัดโ ง่ ไว้บ้าง ก็ดีเหมือนกั นนะ ปรัชญาดีๆที่อ ยากให้อ่าน

ชีวิตนี้ หัดโง่ไว้บ้าง ก็ดีเหมือนกันนะ ปรัชญาดีๆที่อยากให้อ่าน

ปรัชญาที่ 1 วิเคราะห์ & ลงมือทำ

วินัยและมงคลเปิดบริษัทเล็กๆ เหมือนกัน ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง วินัยผู้คำนวณเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ รู้ว่าจะมีเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กประมาณ 30% ต้องปิดตัวลง และบริษัทของเขาก็คงไม่รอดแน่ๆ เขาตัดสินใจปิดกิจการ และปันเงินส่วนหนึ่งให้ลูกน้องในบริษัทเพื่อไปทำทุน

ส่วนมงคล เขาไม่ค่อยรู้ทิศทางของเศรษฐกิจ คนส่วนมากมองว่ามงคลเป็นเจ้าของกิจการที่โง่ทึ่มเสียด้วยซ้ำไป เมื่อได้ยินวินัยเล่าถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาบอกกับวินัยว่า อนาคตเป็นเรื่องที่ย ากคาดคะเน มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดก็เป็นได้ มงคลคิดว่า หากยังคงหางานให้ลูกน้องทำได้ในแต่ละวัน โอกาสก็เป็นของเขาและลูกน้องในบริษัท

สุดท้าย บริษัทของมงคลยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงทุกวันนี้

ว่ากันว่า เรื่องบางเรื่องไม่รู้ดีกว่ารู้ หูหนวกสงบกว่าหูดี วิเคราะห์เก่งไม่เท่าลงมือทำ นี่คือสิ่งที่เรามักจะพูดกันอยู่เสมอว่า ทำตัวโง่บ้างก็ดีเหมือนกัน อันที่จริง ความสุขและความสงบอาจซ่อนอยู่กับความโง่เซ่อก็อาจเป็นได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เราฉลาดและรู้เท่าทันผู้คน ความสุขความสงบก็อันตรธานหายไปจากชีวิตเราในทันที

ปรัชญาที่ 2 สายตาสั้น & สายต าย าว

ชายสองคนเป็นเพื่อนรักกัน คนหนึ่งสายต าย าว อีกคนหนึ่งสายตาสั้น ทั้งสองคนประสบอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำกลางทะเล ขณะที่ต่างคนต่างก็กระเสือกกระสนพยุงตัวอยู่กลางทะเล จู่ๆ คนสายต าย าวก็เห็นเรือน้อยลำหนึ่งลอยห่างอยู่ไม่ไกลนัก และดูเหมือนมันกำลังลอยมาทางพวกเขาด้วย เพื่อนที่สายตาสั้นก็เห็นเช่นกัน แต่เห็นแบบพร่ามัว

ทั้งสองคนต่างพากันออกแรงว่ายอีกครั้งเพื่อจะไปถึงเรือลำน้อยลำนั้น ว่ายไปๆ คนที่สายต าย าวก็หยุดว่าย เพราะเขาเห็นแล้วว่านั่นไม่ใช่เรือ แต่เป็นเพียงแค่ขอนไม้ท่อนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่คนที่สายตาสั้นไม่รู้ว่านั่นคือท่อนไม้ เขายังคงพย าย ามพาตัวเองไปถึงเรือน้อยลำนั้นให้ได้ เมื่อเขาว่ายไปถึงท่อนไม้ท่อนนั้น ก็พอดีกับที่เขาเห็นว่า ฝั่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง

เพื่อนที่สายต าย าวเสียชีวิ ตกลางทะเล ส่วนเขารอดชีวิต

ปรัชญาที่ 3 หูดี & หูหนวก

หญิงสองคนเป็นมะเร็ง วันที่ไปตรวจ เธอทั้งสองนั่งรอฟังผลอยู่ในห้องเดียวกัน คนที่หูดี ได้ยินทุกถ้อยคำที่คุณหมอกระซิบคุยกันในห้องข้างๆ เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 6 เดือน ส่วนผู้หญิงอีกคนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3 เดือนเท่านั้น คนที่หูหนวก ไม่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอกระซิบคุยกัน

อย่าว่าแต่เสียงกระซิบเลย ต่อให้คุณพูดอยู่ตรงหน้าเธอ เธอก็ยังถามเสียงดังใส่หน้าอีกว่า ห๊ะ เธอพูดอะไรนะ พูดดังๆ หน่อยสิ หลังจากนั้น 1 เดือน หญิงหูดีก็เสียชีวิ ตลง ส่วนคนหูหนวกยังมีชีวิตต่อมาจนถึงทุกวันนี้ นี่ก็เลยมาเป็นปีที่สามแล้ว

 

ที่มา นุสนธิ์บุคส์

เรียบเรียงโดย มีไอเดีย

ใส่ความเห็น